• Mon. Sep 27th, 2021

ฟุตบอลต่างประเทศ พรีเมียร์ลีก บอลวันนี้ ตารางคะแนน

เกาะติดข่าว ฟุตบอลต่างประเทศ พรีเมียร์ลีก กัลโช่ บุนเดสลีกา ลา ลีกา ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ยูโรปา ลีก ล่าสุด ข่าวฟุตบอล ผลบอล ฟุตบอลวันนี้ ข่าวยูโร 2021

ธรรมนัส พระพรหมเผ่า เตรียมทำพรรคใหม่ หลังถูกปลดพ้นรัฐมนตรีพร้อมนฤมล ภิญโญสินวัฒน์

Bywebmaster

Sep 10, 2021

เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศให้ ร.อ. ธรรมนัส พระพรหมเผ่า รวมทั้งนางบริสุทธิ์ ยิ่งขึ้นไปสินวัฒน์ พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี ลงวันที่ 8 เดือนกันยายน ในช่วงเวลาที่อดีต รัฐมนตรีช่วยว่าการเกษตรฯ ชิงเปิดแถลงข่าวก่อนว่าได้ลาออกจากตำแหน่งตั้งแต่วานนี้

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงแขนณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า ดังที่ได้ทรงพระขอความปรานีโปรดเกล้าฯ แต่ง พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์อร่อย เป็นนายกฯ ตามประกาศลงวันที่ 9 มิ.ย. 2562 แล้ว รวมทั้งแต่งรัฐมนตรีเพื่อบริหารราชการแผ่นดิน ตามประกาศลงวันที่ 10 กรกฎาคม 2562 รวมทั้งประกาศครั้งสุดท้ายลงวันที่ 22 มี.ค. 2564 นั้น

บัดนี้ นายกฯได้กราบบังคมทูลว่า เหมาะให้รัฐมนตรีบางบุคคลพ้นจากความเป็นรัฐมนตรี เพื่อความเหมาะสมรวมทั้งบังเกิดประโยชน์แก่ราชการ

อาศัยอำนาจตามความลับมาตรา 171 ของรัฐธรรมนูญที่อาณาจักรไทย จึงทรงพระขอความปรานีโปรดเกล้าฯ ให้รัฐมนตรีพ้นจากความเป็นรัฐมนตรี

1. ร.อ. ธรรมนัส พระพรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการเกษตรรวมทั้งสหกรณ์
2. นางบริสุทธิ์ ยิ่งขึ้นไปสินวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการแรงงาน

ดังนี้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

ประกาศ ณ วันที่ 8 เดือนกันยายน 2564 โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นคนรับตอบสนองพระบรมราชโองการ

tui1

ไม่กี่นาทีก่อนประกาศปลด 2 รัฐมนตรีจะถูกเผยแพร่อย่างเป็นทางการ ร.อ. ธรรมนัสได้เปิดแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนที่สภานิติบัญญัติ เมื่อเวลา 15.30 น. โดยระบุว่าส่งหนังสือถึง พล.อ. ประยุทธ์ แจ้งยื่นจดหมายลาออกจากตำแหน่ง รัฐมนตรีช่วยว่าการเกษตรรวมทั้งสหกรณ์ ตอนหลังขอความเห็นครอบครัว ซึ่งเดิมตั้งใจจะยื่นจดหมายตั้งแต่วานนี้ (8 เดือนกันยายน) แต่ฝ่ายเลขานุการส่วนตนรู้ผิด จึงเพิ่งยื่นจดหมายไปวันนี้ (9 เดือนกันยายน)

แต่แม้กระนั้น นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีด้านกฎหมาย ได้เลิกคำถามเกี่ยวกับการพ้นจากตำแหน่งของ 2 รัฐมนตรี โดยระบุว่า เป็นการให้ออกจากตำแหน่ง เนื่องมาจากในตัวพระบรมราชวโรงการได้มีการอ้างรัฐธรรมนูญ มาตรา 171 กำหนดไว้ว่า พระเจ้าอยู่หัวทรงไว้ซึ่งพระราชอํานาจสำหรับเพื่อการให้รัฐมนตรีพ้นจากความเป็นรัฐมนตรี ดังที่นายกฯถวายคําแนะนํา ซึ่งวันที่มีผลบังคับจริงคือวันที่เจาะจงในพระบรมราชโองการ นั่นเป็น ตั้งแต่เวลา 01.00 น. ของวันที่ 8 เดือนกันยายน 2564

อย่างไรก็ตามส่วนตัวเพิ่งทราบข่าวสารว่า ร.อ. ธรรมนัส แถลงข่าวว่าได้ทำจดหมายลาออก ซึ่งก็ไม่รู้เรื่องว่าจดหมายฉบับนั้นระบุวันที่เท่าไหร่ แต่สิ่งที่เป็นทางการคือให้ยึดตามพระบรมราชโองการ

ธรรมนัสแจงเหตุลาออก เพราะไม่ได้อยากต้องการ “รอรับใช้คนใด”

สำหรับเพื่อการแถลงข่าวที่สภานิติบัญญัติ ร.อ. ธรรมนัสกล่าวถึงเหตุผลสำหรับเพื่อการลาออกว่า ตั้งใจทำงานเพื่อชาติ ศาสนา พระเจ้าอยู่หัว รวมทั้งพี่น้องประชาชน โดยยึดผลประโยชน์ของประเทศเป็นหลัก แต่ตลอดเวลาที่ครองตำแหน่งมา บรรยากาศการจัดการราชการแผ่นดินไม่ได้เป็นไปอย่างที่คาดหวังเอาไว้ จึงอยากกลับไปอยู่จุดเดิม นั่นคือการเป็น ส.ส.

“ผมอยากกระทำการเมืองให้มันอดทน เพื่อประเทศ ประเทศชาติจริงๆไม่ใช่มารองรับ หรือทำอะไรเพื่อคนบางกลุ่ม” ร.อ. ธรรมนัสกล่าวรวมทั้งว่า จริงๆคิดมายาวนานหลายเดือนแล้ว สิ่งที่ให้ความสำคัญมากที่สุดคือสายตาพลเมือง ไม่ใช่รอรับใช้คนใด

เขายังฝากถึงพลเมืองทุกจังหวัดว่า “วันนี้ผมตัดสินใจแล้วว่าผมจะเลือกฟุตบาท ทางการบ้านการเมืองใหม่ โดยยึดหลักผลประโยชน์ของประเทศรวมทั้งพี่น้องประชาชนเป็นที่ตั้ง ผมจะไปต่อสู้ในเวทีการเมืองอย่างมาก” พร้อมเอ่ยขอโทษพลเมืองที่ไม่สามารถทำตามที่รับปากไว้ได้ ต่อจากนี้จะกลับไปเริ่มต้นที่ จ.จังหวัดพะเยา รวมทั้งจังหวัดอื่นๆหากกลับมามีอำนาจอีกครั้งหนึ่ง มีวาสนาอีกครั้ง ตั้งอกตั้งใจว่าจะทำงานเพื่อชาติ
นักข่าวถามว่า เหตุผลส่วนใดส่วนหนึ่งที่ทำให้ลาออก เป็นเพราะทำงานกับนายกฯไม่ได้แล้วไหม ร.อ. ธรรมนัสกล่าวเห็นด้วยว่า “อาจเดินไปในทำนองเดียวกันไม่ได้”
ร.อ. ธรรมนัส พระพรหมเผ่า จับมือทักทาย พล.อ. อนุพงษ์ เผ่าจินดา หนึ่งใน “ลูกพี่ลูกน้อง 3 ป.” ที่นายกฯ กล่าวว่ารักกันเสมือนลูกพี่ลูกน้องท้องเดียวกัน ก่อนที่จะมีการสัมมนา ครม. เมื่อวันที่ 7 เดือนกันยายน แต่ พล.อ. อนุพงษ์ไม่ได้คุยกับเขา

tui2
นักการเมืองผู้เปลี่ยนเป็นอดีตรัฐมนตรีกล่าวด้วยว่า ได้ปรึกษาหารือและขอคำแนะนำกับ พล.อ. ประวิตร วงษ์กาญจน์ รองนายกรัฐมนตรี รวมทั้งหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ตั้งแต่ก่อนลงความเห็นสำหรับเพื่อการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ว่าจะลาออกเมื่อวันที่ 6 เดือนกันยายน แต่หัวหน้าพรรคห้ามไว้ ในที่สุดต้องขัดคำสั่งหัวหน้า เพราะตรึกตรองดูแล้วว่าฟุตบาทชีวิตของตัวเองทำเพื่อพลเมือง มันต้องเดินไปอีกไกล เพราะฉะนั้นตัดสินใจเด็ดขาดด้วยตนเอง

เมื่อถามย้ำว่า หมายความว่าข้างหลังคุยรวมทั้งขอโทษนายกฯ แล้ว หมายความว่าปัญหาไม่จบใช่หรือไม่ใช่ ร.อ. ธรรมนัสตอบว่าไม่จบ รวมทั้งรู้สึกกลุ้มใจ ต้องรับผิดชอบกับสิ่งที่ทำไป มีความหมายว่าเมื่อกล่าวด้วยเหตุด้วยผลแล้ว มันไม่เกิดประโยชน์ แนวทางการดีเยี่ยมที่สุดก็คือต้องตัดสินใจด้วยตัวเอง

ส่วนความข้องเกี่ยวกับลูกพี่ลูกน้อง 3 ป. ประกอบด้วย พล.อ. ประวิตร วงษ์กาญจน์, พล.อ. อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย รวมทั้ง พล.อ. ประยุทธ์ นั้น นักการเมืองรายนี้เลือกที่จะเอ่ยถึงเพียงความข้องเกี่ยวกับหัวหน้าพรรคว่ายังรักยกย่องดังเดิม แต่ไม่เอ่ยถึงอีก 2 ป. โดยบอกเพียงว่า “ไม่ถึงกับแตกหัก แต่ผมเลือกฟุตบาทแล้ว”
ยังไม่ลาออกเลขาธิการ พปชร. แต่ประกาศไม่ไปเหยียบสำนักงานพรรค
เว้นแต่สถานะในฝ่ายบริหารของประเทศ ร.อ. ธรรมนัส ยังมีบทบาทในพรรคแกนนำรัฐบาลในฐานะเลขาธิการ พปชร. ทำให้เขาถูกโยนปริศนาใส่ว่าจะยังทำงานกับ พปชร. ต่อไปไหม เกี่ยวกับหัวข้อนี้ เขากล่าวว่าเกิดเรื่องที่ต้องใคร่ครวญกันต่อไป

“ผมบางทีก็อาจจะไปอยู่บ้านข้างหลังใหม่ที่มันแฮปปี้ ผมย้ายจากบ้านข้างหลังเก่ามา บ้านข้างหลังเดิม ผมก็แฮปปี้อยู่แล้ว บ้านข้างหลังเดิมคือบ้านที่จังหวัดพะเยาแฮปปี้ดีอยู่แล้ว ส่วนบ้านข้างหลังใหม่ บางทีก็อาจจะไปสร้างบ้านใหม่” ร.อ. ธรรมนัสกล่าว

ร.อ. ธรรมนัสไม่ได้ตอบปัญหาแจ่มแจ้งว่าจะกลับไปบ้านข้างหลังเดิม หรือสร้างบ้านข้างหลังใหม่ อันเป็นวิธีการทำพรรคการเมืองใหม่ขึ้นมา
ร.อ. ธรรมนัส เมีย รวมทั้งนางบริสุทธิ์ มักออกเดินสายทำบุญร่วมกันในตอนวันหยุดราชการ

สำหรับ “บ้านข้างหลังเดิม” ที่ถูกเอ่ยถึง บีบีซีไทยรู้เรื่องว่าเป็นการเปรียบเทียบจุดมุ่งหมายถึงพรรคเพื่อไทย เนื่องมาจากเป็นพรรคการเมืองในที่สุดที่ ร.อ. ธรรมนัสเคยขึ้นตรงต่อรวมทั้งลงเลือกตั้งเมื่อปี 2557 ก่อนที่การเลือกตั้งคราวนั้นจะเปลี่ยนเป็นโมฆะ รวมทั้งมีการรัฐประหารในเวลาถัดมา จนกระทั่งก่อนที่จะมีการออกเสียงปี 2562 ร.อ. ธรรมนัสจึงยกคณะเข้ามาลงเล่นการเมืองในนาม พปชร.

ทว่าเมื่อนักข่าวถามว่าการตัดสินใจไปอยู่บ้านอื่น มีพรรคเพื่อไทยอยู่ในตัวเลือกด้วยไหม ร.อ. ธรรมนัสตอบว่ามีพรรคมาจีบมากมาย และไม่เกี่ยวกับที่มีกระแสข่าวว่ามีการคุยกันที่ผ่านมา บางทีก็อาจจะเป็น “พรรคจังหวัดพะเยา” หรือ “พรรคพลังจังหวัดพะเยา” หรือ “อีสานล้านนา” ก็ได้ ทุกอย่างตระเตรียมไว้หมดแล้ว เร็วๆนี้จะได้มองเห็นใบหน้าแน่
เขายังประกาศด้วยว่าจะไม่ไปเหยียบสำนักงาน พปชร. อีก “เกลียดชัง ไม่ต้องการที่จะอยากฝืนใจตัวเอง” แต่แม้กระนั้นก็ยังเป็นเลขาธิการพรรค ยังไม่ได้ลาออก
เมื่อถูกถามอีกว่า แบบนี้การเลือกตั้งครั้งหลังพรรค พปชร. จะไม่แตกเลยหรือ ร.อ. ธรรมนัสกล่าวว่า ก็ไม่แน่ เพราะดวงใจตนไปแล้ว กล่าวแล้วนักเลงพอ ทำอะไรแล้วต้องรับผิดชอบ อยู่ตรงไหนก็ได้ ขอให้ดวงใจมันอยู่ ถ้าเกิดดวงใจมันไม่อยู่ คนใดจะมาบังคับตนก็ไม่ได้

tui3
การลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีของ ร.อ. ธรรมนัส เกิดขึ้นในเวลาไม่ถึงอาทิตย์ ข้างหลังเสร็จสมบูรณ์การเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯ รวมทั้งรัฐมนตรีอีก 5 คน ในสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งในระยะเวลาดังกล่าวข้างต้น ได้เกิดปรากฏการเปลี่ยนแปลงใต้ดินจากบางกลุ่มก้อนภายใน พปชร. กดดันให้มีการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ข้างหลังเสร็จสมบูรณ์ศึกซักฟอก รวมทั้งบางทีอาจไปไกลถึงขั้น “เปลี่ยนตัวนายกฯ” ร้อนถึงผู้นำรัฐบาลต้องออกมาปฏิเสธข่าวยาวนานหลายวันต่อเนื่องกัน ในช่วงเวลาที่ร.อ. ธรรมนัสกลายเป็นผู้ต้องสงสัยว่าอยู่เบื้องหน้าเบื้องหลังการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวข้างต้น แต่เขาก็ออกมาระบุว่ามีคนภายในพรรคฝ่ายรัฐบาลเป็น “คนเต้าข่าวสาร” หัวข้อนี้ขึ้นมา
พล.อ. ประยุทธ์ยังไม่คิดปรับ ครม. เพิ่มคนแทน 2 รัฐมนตรี
การเปลี่ยนแปลงด้านการเมืองที่เกิดขึ้นกับรัฐบาล “ประยุทธ์ 2” ทำให้ พล.อ. ประยุทธ์ถึงกับถอนหายใจก่อนตอบเรื่องซักถามของสื่อมวลชนระยะเวลา 16.20 น.
นายกฯ ถูกถามหัวข้อการลาออกของ รัฐมนตรีช่วยว่าการเกษตรฯ ในระหว่างตรวจตรา โรงพยาบาลสนามสำหรับคนเจ็บไอซียู ที่ โรงพยาบาลปิยะเวท

พล.อ. ประยุทธ์กล่าวเพียงว่า ได้ข่าวเมื่อกี้นี้ว่าลาออก เขาก็เคยกล่าวอยู่แล้วไม่ใช่หรือว่าไม่ต้องเป็นรัฐมนตรีก็ได้ เป็น ส.ส. ก็สามารถช่วยพลเมืองได้ ซึ่งก่อนหน้าที่ผ่านมาก็ช่วยงานกันตลอดมา ประเดี๋ยวอาจคือเรื่องของพรรคที่จะไปพบรือกันว่าจะทำยังไง แต่รับรองว่างานทุกงานไม่มีหยุด มีคนทำงานให้อยู่แล้ว

tui4
นักข่าวถามว่าเป็นการลาออกหรือถูกปรับออก นายกฯ กล่าวว่า “ก็เขาลาออก” เมื่อถามย้ำว่า แต่เนื้อความในราชกิจจานุเบกษาระบุว่า นายกฯ กราบบังคมทูลว่า “เหมาะให้รัฐมนตรีบางบุคคลพ้นจากความเป็นรัฐมนตรี เพื่อความเหมาะสมรวมทั้งบังเกิดประโยชน์แก่ราชการ” พล.อ. ประยุทธ์หลีกเลี่ยงที่จะตอบปัญหานี้ โดยบอกเพียงว่า “เอาล่ะ ยังไงเขาก็ไม่อยู่แล้ว จะมายังไง จะไปยังไง ผมไม่ตอบ” พร้อมย้ำว่า “ไม่ได้แจ้งคนใดทั้งนั้น มันอยู่ที่ผม ผมทำของผม” รวมทั้ง “เหตุผลของผมก็คือเหตุผลของผม”

พล.อ. ประยุทธ์ยังพูดถึงการปรับ ครม. ด้วยว่า ขอดูก่อน แต่ในช่วงเวลานี้ยังไม่ปรับคนใด ถึงจะมีคนลาออก ก็ยังไม่ปรับเข้า ส่วนในกรณีที่เกิดขึ้นนับว่าเป็นผลมากมายระแส “ล้มนายกฯ” ในตอนอภิปรายไม่ไว้วางใจไหมนั้น พล.อ. ประยุทธ์กล่าวว่า “ทั้งปวงมาจากคุณ (สื่อมวลชน)”

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *